Skip to main content
Blog banner
6 common

เจ้าเชื่อเรื่องไปเรียนเมืองนอกแบบง่ายๆ บ่ จริงอยู่ในโลกนี้ย่อมไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ แต่การไปเรียนต่างประเทศนั้นก็ไม่ได้ยากเกินไปค่ะ ในบางครั้งเราอาจจะได้ยินความเชื่อผิดๆบางอย่างที่ทำให้เรากลัวจนไม่กล้าที่จะเริ่ม ดังนั้นอย่าปล่อยให้ความกลัวครอบงำเราจนไม่กล้าออกนอก Comfort Zone ซึ่งทำให้เราพลาดโอกาสที่จะไปเรียนต่อเพื่ออนาคตของเราในทันที  

เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดๆที่อาจมีโอกาสทำให้น้องๆไม่กล้าจะบินไปเรียนต่ออย่างน่าเสียดาย วันนี้พี่ Intake เลยอยากจะมาบอกเล่าถึง 6 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการไปเรียนต่างประเทศ (6 Common Myths about Study Abroad) ให้ได้ฟังกัน 

 

เกรดน้อยหมดโอกาสเรียนต่อ เข้ามหาวิทยาลัยยาก 

แน่นอนว่าเรื่องเกรดเป็นเรื่องแรกๆเลย ที่พี่จะได้ยินจากน้องๆที่เข้ามาปรึกษาประมาณว่าเกรดน้อย ทำยังไงดี จะมีมหาวิทยาลัยไหนรับบ้างหรือเปล่า  แบบนี้หนูจะมีโอกาสไปเรียนมั๊ย? 

ต้องบอกก่อนว่าจริงอยู่ที่มหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรหลายแห่งกำหนดเกรดในการรับเข้าเรียน ยิ่งเกรดดีก็มีโอกาสที่จะเข้าได้มากกว่า แต่ แต่ แต่ ช้าก่อนค่ะ!! อย่าพึ่งหมดหวัง ไม่ใช่ว่าเกรดไม่ดี แล้วจะไปเรียนไม่ได้ ขอให้เชิดหน้าขึ้นได้เลย เพราะการมีเกรดน้อยนั้นอาจเป็นแค่ส่วนหนึ่งในการตัดสินใจของมหาวิทยาลัย แต่เค้ายังดูอีกหลากหลายด้านที่สามารถสะท้อนตัวตนของเราได้มากกว่าเกรด วันนี้ Intake รวบรวมแนวทางการสมัครแม้เกรดน้อยมาให้น้องครบ! แบบจุกๆ รับรองว่าอ่านจบเรื่องเกรดจะกลายเป็นเรื่องเล็กไปเลย 

 

  • เราอาจจะตั้งเป้าไปที่มหาวิทยาลัยที่ไม่ได้กำหนดเกรดสูงมาก หรือไม่ได้กำหนดเลย ซึ่งโชคดีหน่อยที่ปกติแล้ว มหาวิทยาลัยส่วนมากโดยเฉพาะในสหราชอาณาจักร จะกำหนดเกรดขั้นต่ำไว้ให้เราดูในเว็บไซต์ และมีมหาวิทยาลัยอีกมากมายที่ไม่ได้กำหนดเกรดขั้นต่ำไว้สูงเกินไป หรือไม่แม้กระทั่งกำหนดเกรดขั้นต่ำไว้เลย
  • เขียน Personal Statement แบบปังๆ เอาให้กรรมการอ่านแล้วอึ้ง เราต้องมั่นใจไว้ว่าเราเป็นคนมีของ เมื่อเรามั่นใจในตัวเองมาจากข้างในแล้ว เราจะถ่ายทอดผ่านตัวอักษรได้จากใจแบบปั๊วะๆ ไม่ต้องให้กรรมการสงสัยแน่นอนว่าที่เขียนมานั่นเรื่องจริงหรือเปล่า โดยเราอาจจะเล่าเรื่องกิจกรรมอื่นๆ หรือประสบการณ์การทำงาน ที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่เราสมัครเรียนไป และเพื่อทำให้ใบสมัครของเราแข็งแกร่งไม่แพ้ใคร ปรึกษาพี่ๆ Intake ได้เลยนะคะ ประสบการณ์การเขียน SOP ของ Intake ยืนหนึ่งอยู่แล้วค่ะ ส่งมาโลดพี่ๆตรวจให้ฟรีๆ  
  • เอาคะแนนสอบอื่นๆ หรือคะแนนภาษาอังกฤษเข้าสู้ ไม่ว่าจะ GMAT, GRE, SAT, TOEFL, IELTS เรียกว่าไม่ได้เล่ห์ก็เอาด้วยกล โชว์ไปเลยถึงเกรดเราไม่ได้ดีมาก แต่วิชาอื่นๆ กับภาษาอังกฤษเราเป๊ะมาก เรียนได้หายห่วงแน่นอน
  • สมัคร Pathway Programs แทน ซึ่งก็เหมือนคอร์สปรับพื้นฐาน เพื่อพัฒนาภาษาอังกฤษในสาขาเฉพาะทางที่เราจะไปเรียน ซึ่งตอนนี้มีหลายๆ มหาวิทยาลัยที่เปิด Pathway Program เพื่อให้น้องๆ ได้เลือกสรรกันแล้ว และก็ไม่ได้กำหนดเกรดสูงอะไรเลย ไปเรียนปรับพื้นฐานเสียก่อน เวลาเรียนจริงจะได้เรียนสบายขึ้นด้วยค่ะ แถมมีโอกาสเข้ายูดังๆได้อีกด้วย 

ค่าเรียนกับค่าครองชีพแพงเว่อร์ จะไปยังไงไหว 

เรื่องค่าเรียนกับค่าครองชีพเป็นปัญหาต่อมาที่พี่ได้ยินจากน้องๆ ที่เข้ามาปรึกษาเพราะมีแต่คนบอกว่า เรียนต่อต่างประเทศแพงเว่อร์ โดยเฉพาะสหราชอาณาจักร ที่ค่าครองชีพและค่าเรียน ดูเหมือนจะแพงกว่าประเทศอื่นๆ หลายเท่าตัว แต่ขอบอกว่าความเชื่อแบบนี้ไม่จริงเสมอไป ในความเป็นจริงแล้วการเรียนต่อในประเทศอังกฤษก็ไม่ได้แพงเว่อร์ไปกว่าไปเรียนต่อประเทศอื่นๆ เลย จริงๆ แล้วถูกกว่าด้วยซ้ำ แต่ขอบอกว่าคุณภาพคับแก้วยืนหนึ่ง หลักสูตรหลากหลายโดดเด่นมากๆ ยิ่งโดยเฉพาะการเรียนต่อปริญญาโทที่จุดขายคือใช้ระยะเวลาในการเรียนต่อเพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น 

ถ้าไม่เชื่อพี่ Intake จะลองสรุปค่าใช้จ่ายโดยประมาณให้ที่นี่เลย! 

การไปเรียนต่อที่สหราชอาณาจักรนั้น ก่อนอื่น น้องๆจะต้องจ่ายค่าเล่าเรียน ต่อปีก็ประมาณ £10,000 ถึง £38,000 ส่วนค่ากินอยู่ต่อปี โดยประมาณ £12,000 รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดก็จะเท่ากับ £22,000 ถึง £40,000 (ประมาณ 900,000-1,700,000 บาทต่อปี) ในขณะที่หากเราไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา ค่าเล่าเรียนจะอยู่ที่ US$20,000-US$50,000 ค่ากินอยู่ US$10,000-US$12,000 รวมกันแล้วสูงถึง US$30,000- US$62,000 (ประมาณ 1,000,000 – 2,000,000 บาท ต่อปี) เลยทีเดียวนะคะ และยิ่งถ้าไปอยู่เมืองใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ค่าที่อยู่จะราคาสูงมากๆ สูงกว่าราคาที่บอก ที่พักราคาแพงแถมยังต้องแบ่งห้องแล้วแบ่งห้องอีก ไม่ได้มีหอพักนักเรียนที่ราคาถูกและสะดวกสบายเท่ากับที่สหราชอาณาจักรแน่นอนค่ะ 

 

ไปเรียนต่างประเทศทำให้เกิดภาวะสมองไหล 

มีความเชื่อกันว่า การที่น้องๆ ไปเรียนต่างประเทศแล้วจะทำให้คนเก่งๆ ย้ายประเทศหนีกันไปหมด หรือเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า “สมองไหล” นั้น ขอบอกว่าไม่จริงเสมอไป เพราะทางการสหราชอาณาจักรได้ทำการสำรวจมาแล้วว่า ในปีการศึกษา 2018-2019 น้องๆนักศึกษาที่เรียนจบเรียบร้อยแล้วกลับประเทศกันซะส่วนใหญ่ มีเพียง 35% เท่านั้นที่ขอวีซ่าเพื่อหางานทำต่อในสหราชอาณาจักรค่ะ แถมเมื่อน้องๆ กลับประเทศไป ก็กลับไปสร้างประโยชน์ให้กับประเทศบ้านเกิดของตัวเองได้มากมาย ปรบมือ!! 

 

เขียน Statement of Purpose (SOP) อันเดียวสมัครได้ยันโลกหน้า  

น้องๆ หลายคนคงรู้จัก SOP กันแล้วนะคะ โดย SOP เป็นเอกสารที่บ่งบอกถึงตัวตนของน้องๆ ที่รวมทั้งประวัติ พื้นเพทั้งการเรียนการทำงานต่างๆ และต้องอธิบายว่าทำไมอยากเรียนต่อที่นี่ และตัวเราเหมาะกับหลักสูตรนี้อย่างไรบ้าง 

แต่น้องๆ หลายคนพอสมัครหลายที่ ก็เขียนอันเดียวยื่นอันเดียวนั่นแหละ ให้หลายๆมหาวิทยาลัย เน้นเขียนกลางๆ เอา ขอบอกว่าพี่ไม่แนะนำอย่างแรง เพราะว่ากรรมการอ่านปรู้ดเดียวก็รู้แล้วว่า ไม่ได้มีการตกแต่ง แต่งเติมอะไรเลย เขียนให้ทุกมหาวิทยาลัยเหมือนๆกันไปหมด มันไม่พิเศษ เผลอๆอาจจะปัดตกไปเลยก็ได้ ดังนั้นจะเขียนให้ปัง ให้โดดเด่นต้องลงทุนกันหน่อยแล้วละค่ะ โดยศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับแต่ง SOP ปรึกษาพี่ๆ Intake ได้เลยค่า 

 

ใช้ Agencies เสียเวลามาก ทำเองดีกว่า 

Advisors ของพวกเรามีหน้าที่เป็นดั่งสะพานช่วยให้น้องๆ ได้ไปเรียนตามความฝันได้ง่าย รวดเร็ว และสะดวกสบายมากขึ้น แต่บางคนอาจจะคิดว่า ข้อมูลต่างๆ หาเองได้ง่ายๆ มีอยู่ในอินเตอร์เน็ต แล้วแบบนี้จะใช้ Agency ไปทำไมกัน อันนี้ผิดอย่างแรง! นั่นก็เป็นเพราะว่าพี่ๆ Advisor ที่ Intake ไม่ได้มีหน้าที่แค่หาข้อมูลให้น้องๆ แต่พวกเราล้วนเต็มเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญเฉพาะในเรื่องการเรียนต่อต่างประเทศจริงๆ ไม่ไก่กานะคะขอบอก เพราะเราวางแผนให้แบบเฉพาะเจาะจงแบบรายบุคคล โดยคัดสรรจากความชอบ ความฝัน และพื้นฐานของน้องๆแต่ละคน ไม่ใช่ข้อมูลทั่วๆไปที่หาได้ตามอินเตอร์เน็ตแน่นอน แถมยังช่วยให้ไม่พลาดเดดไลน์ต่างๆ เพราะนอกจากเราช่วยเตรียมเอกสารแล้ว เรายังคอยแนะนำ ติดตาม ตรวจสอบ ให้คำปรึกษาในการเขียน SOP สอบ IELTS หาที่พัก ช่วยเหลือเรื่องวีซ่า และตั๋วเครื่องบิน บรีฟเตรียมตัวให้น้องๆก่อนบินจริง หาเพื่อนใหม่จับกลุ่มไปเรียนแบบไม่เหงา และอีกมากมายที่การันตีได้เลยว่าน้องๆจะได้รับความประทับใจ และประสบการณ์การเรียนต่อที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา Intake บริการดุจดั่งลูกค้าวีไอพี ฟรีทุกขั้นตอนจ้า 

 

ให้คำปรึกษาฟรี มันไม่ดีพอ มันต้องเสียตังค์ถึงจะมีคุณภาพ 

บางคนมักจะสงสัยและมีความเชื่อว่าพวก Agencies เรียนต่อที่สหราชอาณาจักรเนี่ย ให้คำปรึกษาฟรี ทำนู่นทำนี่ให้ฟรีสารพัด เลยไม่ดีไม่น่าเชื่อถือ งงว่าเอาเงินมาจากไหน แอบแฝงอะไรไว้หรือเปล่า 

ดังนั้นพี่ขอแถลงข่าวตรงนี้เลยว่า เราให้คำปรึกษาฟรีจริงๆค่ะ แบบไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีสอดไส้หลบในใดๆเลย นั่นเป็นเพราะว่าเราทำงานร่วมกันกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ในฐานะตัวแทนอย่างเป็นทางการกับทางมหาวิทยาลัยโดยตรงอยู่แล้ว ทำให้น้องๆมั่นใจได้ว่า การขอคำแนะนำและคำปรึกษากับเราไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น  

Intake ขอเอาใจช่วยให้น้องๆ ได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่น้องๆใฝ่ฝันอย่างแท้จริง และหวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์แก่น้องๆนะคะ สุดท้ายนี้พี่ๆของคำคมเฉียบๆให้น้องๆก่อนไป “หลงทางเสียเวลา หลงมาสบตา Intake รอแพ็คกระเป๋าแล้วไปเรียนต่อได้เลยค่า” แล้วพบกันใหม่นะคะ 

 

สำหรับน้องๆที่ต้องการวางแผนไปเรียนต่อต่างประเทศกับเรา คลิก Talk with us 

Line OA > @Intake.th

Intake Office call : 089 666 4634

    Tags:

    Preparing for Study Abroad
    Student Life
    Study Destination
    Study in the UK

    Find Your Direction

    At Intake, we are all about giving great advice to each individual, to help you find the right path forward to reach your goals. Get in contact today to see where you could go in future!